จู่ๆ ก็รู้สึกได้
posted on 16 Jan 2009 00:26 by brad in Loveเมื่อก่อน
กูมีความรู้สึกต่อต้านการอยู่ที่บ้านอย่างรุนแรง ไม่ได้แสดงออกทางภายนอก แต่ในใจรู้สึกน่าเืบื่อมาก อยากอยู่คนเดียว อยากหนีไปไกลๆ ที่ๆไม่มีคน ไม่มีใคร ใช้ชีวิตในสังคมใหม่ๆ แบบที่ไม่มีแม่มานั่งบอกโน่นบอกนี่ ต้องดูแลน้อง ต่อไปต้องเป็นหัวหน้าครอบครัว มีเวลาให้ครอบครัวบ้าง คำพูดแบบนั้นยิ่งทำให้กูเบื่อ ยิ่งอึดอัด
กูไม่ชอบที่ม๊าใช้คำพูดในเชิงสั่งกับกู กูไม่ชอบที่ม๊าให้ทางเลือกกูโดยที่กูไม่สามารถเลือกมันได้คือกูต้องทำตามที่ม๊ากูบอกเท่านั้น กูไม่ชอบที่ม๊ารับที่กูเป็นตัวของกูไม่ได้และบางครั้งเรื่องที่ไม่ควรพูดต่อหน้าคนอื่น ม๊าก็พูด มันทำให้กูดูโง่ในสายตาน้องๆ มันทำให้กูดูไม่มีความสามารถที่จะเป็นพี่ใครสักคนได้อีกต่อไป ม๊าพูดเหมือนชีวิตกูผิดแปลกมหันต์ ผิดธรรมชาติ ม๊าทำให้กูเป็นตัวประหลาด ม๊าย้ำให้กูไม่เหมือนคนอื่น นั่นยิ่งทำให้กูรู้สึกว่า ม๊า น้อง คนในครอบครัว มองว่ากูเป็นคนใช้ไม่ได้ ไม่ได้เรื่อง
กูแทบไม่เหลือศักดิ์ศรีหรืออะไรก็ตามที่กูคิดว่ามีดีในตัวกูเลย
มันทำให้กูต่อต้าน ระบบในบ้าน ยิ่งมีกฏเกณฑ์ มันยิ่งอยากแหก กรอบยิ่งเล็กมากเท่าไรยิ่งอยากทำลายมากเท่านั้น
ชีวิตผ่านไป มัธยมต้น ปลาย จนมาถึงมหาลัย
จนมาถึงวันนึง ที่จู่ๆ
กูก็กลัวคนที่กูอยู่ด้วย ตายจากไป
กูนึกถึงน้องชายที่แต่ก่อนกูซ้อน มอไซด์น้องกูบ่อยมาก ตอนอยู่ปากช่อง เราไปไหนมาไหนด้วยกันเสมอ กูนึกถึงวันที่กูสั่งให้น้องกู ไปทิ้งฝากระป๋องผลไม้ แล้วน้องกูไม่ทำตาม กูโกรธมากที่น้องกูไม่ทำตามคำสั่งกู มันทำให้กูรู้สึกว่าน้องจะไม่เชื่อฟังกูอีกต่อไปแล้ว กูเขวี้ยง ฝากระป๋องผลไม้นั่นไปหาน้อง แต่มันไม่โดน
นั่นยังทำให้กูรู้สึกผิดมาถึงตอนนี้ ขอโทษวะ
กูนึกถึงน้องสาวที่ชอบอ่านการ์ตูนเหมือนๆกู เป็นคนใจดี เข้ากับคนง่าย แม้จะขี้เกียจไปหน่อยแต่เวลาทำอะไรก็ตั้งใจทำกว่ากูเยอะ และทำได้ดีด้วย กูนึกถึงวันที่น้องสาวกูอ่านการ์ตูนที่หยิบมาจากห้องกู น้องสาวกูเอาไปอ่านที่ห้องตัวเอง และไม่ยอมเอามาเก็บ กูไม่ชอบที่ไม่ยอมเอามาเก็บ กูไปตามถึงห้องให้มาเก็บการ์ตูน เดี๋ยวนี้แบบที่แม่กูชอบสั่งให้ลูกทำอะไรต้องเดี๋ยวนั้้นเลย กูเอามาใช้กับน้องสาว น้องกูเอามาเก็บแต่ไม่ได้วางเข้าชั้นเหมือนตอนที่หยิบไปอ่าน วางไว้กองๆ นั่นทำให้กูโมโหจนตามไปถึงที่ห้อง เคาะประตูเสียดังให้ออกมาเก็บ จนป๊าต้องออกมาพูดกับกู ว่าโมโหไปแล้วมันดีขึ้นมั้ยลูก ทำให้กูต้องมาเก็บหนังสือเข้าชั้นเอง
นั่นทำให้กูรู้สึกแย่ที่ทำลงไปแบบนั้น ขอโทษนะ
กูนึกถึงวันที่กูไปห้องไอซียูพร้อมกับแม่สองคน ไปเยี่ยมพ่อที่ถูกรถมอไซด์ชนแล้วเอาหัวลงจิ้มกับพื้นจนต้องผ่าตัดสมอง ป๊านอนที่เตียงพญาบาล มีสายอะไรเต็มไปหมด ป๊าไม่สามารถพูดได้เพราะใช้เครื่องช่วยหายใจ กูทำอะไรไม่ถูก ไม่เคยคิดว่าป๊าต้องมาเป็นแบบนี้ ไม่เคยมีภาพแบบนี้ในหัวกู จากนั้นกูก็ร้องไห้ไม่หยุด หยุดไม่ได้ ไม่รู้ว่าทำไมด้วย ป๊ากูบีบมือกู เหมือนจะปลอบกูว่าไม่เป็นไรไม่ต้องร้อง แต่ก็หยุดร้องไม่ได้ จนม๊ากูต้องให้กูออกไปจากห้องไอซียู เพราะม๊าก็จะร้องตาม
ภาพสุดท้ายก่อนเกิดอุบัติเหตุ เป็นวันที่กูกลับมาจากหอ ปิดเทอม ป๊าบอกจะดูคอมพิวเตอร์ให้แล้วก็ยกไป ภาพนั้นกูไม่เคยลืม
แม้ตอนนี้ป๊าจะดีขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะ ไม่ได้เหมือนเดิมซะทีเดียว แต่กูไม่อยากเห็นภาพแบบวันนั้นอีกแล้ว
กูนึกถึงช่วงที่กูไปอยู่หอพักโรงเรียนใหม่ๆ ตอน ป.6 กูไม่เคยห่างจากบ้านมา กูไม่เข้าใจว่าทำไมม๊ากูต้องส่งกูมาอยู่ที่หอด้วย กูไม่ชอบมันเหมือนคุก กูไม่อยากอยู่ แต่ม๊าก็บังคับ กูต้องโทรหาม๊า ทุกวัน ตั้งแต่เช้าก่อนเข้าเรียน พัก 15 นาทีตอนเช้า พักเที่ยง พักบ่าย 15 นาที ตอนเย็น ก่อนนอน กูโทรกลับบ้านตลอด คุยประโยคเดิมๆ คำถามเดิมๆ กินข้าวรึยัง เป็นไงบ้าง สบายดีไหม ม๊าไม่เคยเบื่อที่จะคุยกับกู แต่กูกลับเป็นฝ่ายที่โทรหาม๊าน้อยลง น้อยลง ยิ่งโตขึ้นยิ่งอยากคุยกับม๊าน้อยลง จนหลังๆม๊าต้องโทรหากู และเป็นกูเองที่ กลับเบื่อและไม่อยากคุยกับเค้า จนบางทีถึงขนาดไม่อยากรับโทรศัพท์ ได้ยินเสียงแล้วหงุดหงิด เครียด
กูเสียใจ ที่ตอนนั้นกูรู้สึกแบบนั้น กูเสียใจที่รู้สึกกับม๊าแบบนั้น
..
พออายุมากขึ้น ความคิดมันก็ผุดขึ้นมาเอง กูเป็นคนจำภาพอดีตรายละเอียดเล็กน้อยไม่ได้หรอก แต่เรื่องบางเรื่องที่กูรู้สึกจี๊ด ก็ไม่อาจลืมมันลงได้
ความคิดที่ว่า สักวันหนึ่ง เค้าจะตาย มันทำใหู้กูไม่อยากที่จะทำไม่ดี อย่างที่ผ่านมาอีกแล้ว
น้องชายกู ผู้ซึ่งจริงจังกับชีวิต การงาน ความตั้งใจและความขยันที่มีมากกว่ากูจนน่าทึ่ง ทำให้กูภูมิใจนะที่มีน้องชายเก่งแบบนี้ ม๊าเคยบอกว่าน้องเอากูเป็นแบบอย่าง มันทำให้กูแอบดีใจเล็กๆนะ แม้ว่าตอนนี้ไม่รู้ว่ายังจะคิดแบบนั้นรึป่าว แต่กูก็ยังอยากเป็นฮีโร่ของน้องเสมอ
บางครั้งที่กูรู้สึกว่าตัวกูไม่ได้เรื่อง มันก็ยังมีน้องๆที่ทำให้กูรู้สึกว่ากูยังได้เป็นฮีโร่ของใครสักคน ยังมีน้องๆที่คอยชื่นชม ทำให้กูไม่รู้สึกว่ากูอยู่ตัวคนเดียว
น้องสาวกู มักสอบได้ที่ 1 เสมอ นั่นทำให้กูดีใจไปกับเค้าด้วย กูไม่ได้ใกล้ชิดน้องสาวกูมาก กูัรับรู้เรื่องราวต่างๆที่กูไม่ได้รู้ในชีวิตเค้า ผ่านสเปซของเค้า ทำให้กูรู้สึกได้ว่าน้องกูเป็นคนมองโลกในแง่ดี วาดความรักไว้อย่างสวยงาม นั่นยิ่งทำให้กูเป็นห่วงมันเหลือเกิน กูกลัวว่าน้องกูจะเจอคนไม่ดี ต้องผิดหวังกับความรักซ้ำๆ (อาจจะเป็นไปแล้วแต่กูไม่รู้) แต่กูอยากให้มันรู้้เหลือเกิน ว่ากูเป็นห่วง อยากให้เจอคนที่ดีๆคนที่ดูแลความรักที่สวยงามที่เค้าสร้างไว้ได้ และกูก็ไม่รู้ว่าจะมีผู้หญิงที่สวยงามในจิตใจขนาดนี้อีกที่ไหน
กูรักน้องของกูทั้งสองคน แม้กูไม่เคยบอกจากปากตรงๆ อยากพูดนะ แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง ดีใจที่ได้เกิดมาเป็นพี่น้องกัน ดีใจที่ได้มาอยู่ในบ้านเดียวกัน
พอป๊าโดนเรื่องสมอง ป๊าอารมณ์แปรปรวน เมื่อก่อนกูไม่อยากจะกลับบ้าน เหตุผลหนึ่งก็เพราะไม่อยากอารมณ์เสีย แต่ถ้าลูกๆไม่ไปอยู่กับป๊าแล้วป๊าจะอยู่กับใคร นี่กูคิดได้เอง
แม้กูรู้ว่าลึกๆแล้วม๊ายังรับกูไม่ได้ ไม่เป็นไร แต่กูก็ยังดีใจที่ได้เกิดมาอยู่บ้านหลังนี้ มีพ่อแม่แบบนี้ มีน้องๆแบบนี้ กูอยากจะทำให้เค้าภูมิใจบ้าง อยากจะทำอะไรสักอย่างให้เค้ามองอย่างที่กูเป็นกู กูอาจทำได้ไม่ดีทุกอย่าง แต่กูอยากจะทำอย่างอื่นมาทดแทน กูไม่อยากเห็นแม่ต้องเสียใจ ต้องเครียดเพราะกูอีกแล้ว
เพราะกูเองก็ไม่มีความสุข เวลาที่ม๊าไม่มีความสุข
กูก็เสียใจ เวลาที่ม๊าเสียใจ
นี่เป็นความรักรึป่าวนะ
.
.
จู่ๆก็คิดขึ้นได้เอง
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะบุญที่แม่กูทำให้กูรึป่าว ถึงทำให้กูคิดได้
หรือเป็นเพราะเราเติบโตขึ้น หรือเป็นเพราะเราไม่อยากเห็นการสูญเสีย โดยที่เรายังไม่ได้ทำสิ่งดีๆให้กับคนสำคัญ
กูอยากอยู่บ้านนี้ไปนานๆ มันอาจไม่ได้ดีพร้อม เราอาจไม่ได้มีความสุขตลอดเวลา เราทะเลาะกันหลายครั้ง ไปไหนมาไหนด้วยกัน อยู่ด้วยกัน แม้ว่ากูไม่ชอบที่ต้องนอนในห้องที่เสียงกรนทั้ง ป๊า ม๊า และน้องก็เหอะ (ขอห้องส่วนตัวด่วน) แต่กูว่านี่แหละ ครอบครัว
จู่ๆก็รัก จู่ๆก็คิดถึง
.
.
.
เราก็มีกันแค่นี้แหละ
ครอบครัวของผมเองก็ค่อนข้างคล้ายคลึงกับของคุณอยู่นะ มีแม่ และพ่อ (ที่อารมณ์แปรปรวน และบางครั้งผมก็อดห้ามใจที่จะไม่หงุึดหงิดตามไม่ได้) มีน้องอีก 2 คน...
บางครั้งผมก็มานึกย้อนถึงเรื่องทำนองเดียวกันกับของคุณนะ เรื่องที่ผมดุน้อง ตวาดน้อง หรือว่าพูดอะไรห้วนๆแย่ๆกับพ่อแม่ไป เช่น บางทีพ่อผมชอบถามอะไรซ้ำๆ ผมก็จะลืมตัวเผลอพูดเสียงดัง หรือหงุดหงิดรำคาญขึ้นมาว่าป๊าจะถามหลายๆทีทำไม บอกไปแล้วจำไม่ได้เหรอ แต่ถ้ามาทบทวนดูแล้ว... ตอนผมเด็กๆนี่ พ่อตอบคำถามทุกคำถามของผมคำถามละเป็นร้อยๆครั้งเลย . ___ .);;
And I regret what I have done.
#1 By VEILCHEN on 2009-01-16 01:38